วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (19 ตุลาคม 2025) การไตร่ตรองพระวรสาร: ลูกา 18:1–8

 

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (19 ตุลาคม 2025)

การไตร่ตรองพระวรสาร: ลูกา 18:1–8

โดย คุณพ่อแคลเรนซ์ เดวาดัส (Fr. Clarence Devadass)

เรามักคิดว่าการเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าวัดได้จากความรู้ — จากการเข้าใจพระคัมภีร์หรือสามารถอธิบายความเชื่อได้ดีเพียงใด แต่แท้จริงแล้ว ศิษย์แท้ของพระคริสตเจ้าไม่ได้วัดกันที่ความรู้เท่านั้น หากวัดกันที่ “การมีชีวิตตามสิ่งที่เราเชื่อ” คนที่ติดตามพระองค์อย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงผู้ที่พูดเก่งหรืออธิบายได้ดี แต่คือผู้ที่มีหัวใจที่สะท้อนพระวรสารในชีวิตประจำวัน

พระวรสารของวันอาทิตย์ที่แล้วพูดถึง “ชายโรคเรื้อนคนหนึ่ง” ที่กลับมาขอบคุณพระเยซูเจ้าหลังได้รับการรักษา — ภาพของความกตัญญูและความเชื่อ ส่วนพระวรสารวันนี้นำเสนอ “หญิงม่ายคนหนึ่ง” ผู้ไม่ยอมแพ้ เธอร้องขอความยุติธรรมจากผู้พิพากษาที่ไม่ยุติธรรม จนในที่สุดเสียงของเธอได้รับการตอบสนอง

ชายโรคเรื้อนและหญิงม่ายต่างเป็นคนที่สังคมมองว่าไม่มีค่า คนแรกถูกขับไล่เพราะโรคภัย คนหลังถูกมองข้ามเพราะสถานะต่ำ แต่ลูกาได้ยกทั้งสองขึ้นเป็นตัวอย่างของศิษย์แท้ เพราะพวกเขามีความเชื่อ ความกตัญญู และความเพียรพยายามในพระเจ้า

ในอุปมาวันนี้ พระเยซูเล่าถึงหญิงม่ายที่ไม่หยุดร้องขอ แม้ผู้พิพากษาไม่กลัวพระเจ้าและไม่สนใจคนอื่น แต่ในที่สุดก็ต้องยอมฟัง เพราะความพากเพียรของเธอ พระเยซูเจ้าจึงสรุปไว้ตั้งแต่ต้นว่า “พระองค์ตรัสอุปมานี้เพื่อสอนให้เราภาวนาอยู่เสมอและไม่ท้อใจ” — แก่นของเรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียง “ความดื้อรั้น” แต่คือ “ความเชื่อที่ไม่ย่อท้อ”

เราหลายคนคงเคยภาวนาอย่างสุดหัวใจ — เพื่อการรักษา เพื่อสันติภาพ หรือเพื่อคนที่เรารัก — แต่ต้องรอคอยในความเงียบ และบางครั้งรู้สึกว่าพระเจ้าไม่ตอบ เราอาจรู้สึกสิ้นหวัง หรือสงสัยว่า “พระเจ้าทรงฟังจริงหรือ?”

และนั่นเองคือช่วงเวลาที่อุปมานี้มีพลังที่สุด พระเยซูเจ้าเตือนเราว่า ความเชื่อไม่ได้วัดจากการได้รับคำตอบทันที แต่จากการวางใจและภาวนาต่อไปแม้ในความเงียบ เราภาวนาไม่ใช่เพราะคิดว่าจะเปลี่ยนใจพระเจ้า แต่เพราะเราต้องการรักษาหัวใจของเราที่เปิดรับพระองค์อยู่เสมอ

ความเชื่อไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ แต่คือ ความสัมพันธ์แห่งความไว้วางใจ เราเชื่อไม่ใช่เพราะพระเจ้าประทานทุกสิ่งที่เราขอ แต่เพราะเรามั่นใจในพระปรีชาญาณ พระเมตตา และพระเวลาอันเหมาะสมของพระองค์ บางครั้งพระองค์ดูเหมือนเงียบ แต่แท้จริงแล้วกำลังทำงานในแบบที่เราอาจยังไม่เข้าใจ

ความเชื่อที่แท้จริงคือการ “ยอมวางใจในความมืด” — ยอมให้พระเจ้านำทางแม้เราไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า เป็นการยอมให้ความลึกลับของพระองค์กลายเป็นพื้นที่ที่พระหรรษทานได้ทำงาน

ดังนั้นเหมือนหญิงม่าย เราจึงถูกเรียกให้ ภาวนาอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นอย่างไม่สิ้นหวัง และหวังอย่างไม่ท้อใจ เพราะการภาวนาอย่างต่อเนื่องไม่ได้ทำให้พระเจ้าต้องยอมเรา แต่ทำให้หัวใจเรายังคงเปิดรับพระองค์อยู่เสมอ

มีชายคนหนึ่งเล่าว่า ทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน แม่ชราของเขาจะนั่งริมหน้าต่างสวดสายประคำ ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก วันหนึ่งเขาถามว่า “แม่ไม่เบื่อเหรอ ที่ต้องพูดคำเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน?” แม่ยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่เลยลูก เพราะแม่ไม่ได้พูดคำเดิม ๆ — แม่กำลัง ‘จับมือพระเจ้าไว้’ ต่างหาก”

ขอให้เราภาวนาเช่นเดียวกับหญิงม่าย — ด้วยความเพียร ขอบพระคุณเหมือนชายโรคเรื้อน และวางใจเหมือนพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขน เพื่อว่าเมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จกลับมา พระองค์จะได้พบในเราหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเชื่อ.



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น