วันพุธรับเถ้า (18 กุมภาพันธ์
2026)
เทศกาลมหาพรตไม่ได้เริ่มที่หน้าผาก แต่เริ่มที่หัวใจ
ทุกปีในวันพุธรับเถ้า โบสถ์จะเต็มไปด้วยผู้คน
หลายคนที่ไม่ได้มานานเป็นเดือนก็มาในวันนี้
และบางคนอาจจะไม่กลับมาอีกจนถึงวันปัสกา แล้วอะไรที่ดึงดูดผู้คนมากมายให้มารับเถ้า?
ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความแตกกระจาย
ผู้คนยังคงโหยหาสัญลักษณ์ที่จับต้องได้ ซึ่งสื่อความจริงลึกซึ้งของชีวิต
เถ้าไม่ได้มีพลังวิเศษ ไม่ใช่ทางลัดฝ่ายจิต และไม่ใช่ประกันว่าจะพ้นจากบาป
แต่มันคือ “เครื่องหมาย” และบางครั้ง เครื่องหมายก็มีความหมายอย่างยิ่ง
ในโลกที่หมกมุ่นกับความสำเร็จ การควบคุม
และการพึ่งพาตนเอง เรากลับก้าวออกไปรับฟังถ้อยคำที่สวนกระแสโลกอย่างสิ้นเชิงว่า
“จงระลึกว่าเจ้ามาจากผงคลีดิน และจะกลับไปเป็นผงคลีดินอีก”
ถ้อยคำนี้สะท้อนจากหนังสือปฐมกาล มันหยุดยั้งภาพลวงตาในใจเรา
และท้าทายความหยิ่งผยองของเรา
มันกระซิบบางสิ่งที่เรามักพยายามหลีกเลี่ยงตลอดชีวิตว่า
คุณไม่ใช่พระเจ้า คุณเป็นเพียงผงคลีดิน
และคุณก็ยังเป็นผู้ที่ถูกรัก
เถ้าทำให้เรา “เห็น” และ “รู้สึก”
ถึงสิ่งที่ปกติเราไม่อยากคิด นั่นคือ ความตาย ความเปราะบาง และความต้องการพระเมตตา
แต่ในวันนี้ก็มีอันตรายอย่างหนึ่ง
คือการที่บางคนใส่ใจมากเกินไปกับความชัดหรือความสวยงามของกางเขนที่หน้าผาก
จนกังวลว่ามันไม่สมบูรณ์
กางเขนเถ้าถูกออกแบบมาให้เลือนหาย
พอตกค่ำมันก็จะเลอะเลือน และวันรุ่งขึ้นก็จะหายไป นั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน
เครื่องหมายภายนอกจางหาย เพื่อให้งานภายในเริ่มต้น
กางเขนที่สำคัญที่สุดไม่ใช่กางเขนบนหน้าผาก แต่คือกางเขนที่ถูกจารึกไว้ในหัวใจ
พระเยซูเจ้าทรงเตือนเราเรื่องนี้ในพระวรสารนักบุญมัทธิว
บทที่ 6 เมื่อทรงสอนเรื่องการภาวนา การอดอาหาร และการทำทาน
พระองค์ทรงเตือนไม่ให้เราทำความชอบธรรมเพียงเพื่อให้ผู้อื่นเห็น
เป็นไปได้ที่เราจะรับเถ้าแล้วก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
เป็นไปได้ที่จะงดช็อกโกแลต
แต่ยังเก็บความขุ่นเคืองและการไม่ให้อภัยไว้ งดโซเชียลมีเดีย
แต่ยังหลงเลี้ยงความหยิ่งและความเห็นแก่ตัว งดเนื้อสัตว์ แต่ยังบำรุงความอิจฉา
ความโกรธ และความใจร้อน มหาพรตจึงไม่ใช่ไดเอ็ตฝ่ายจิต
ไม่ใช่แผนพัฒนาตนเองแบบทำเองได้ แต่คือช่วงเวลาแห่งการยอมมอบตน
ยอมมอบหัวใจที่แข็งกระด้างให้พระเจ้า เพื่อพระองค์จะได้เปลี่ยนแปลงเราจากภายใน
ตลอดประวัติศาสตร์แห่งความรอด
พระเจ้าทรงใช้เครื่องหมายภายนอกเพื่อสื่อพระหรรษทานภายใน ในพันธสัญญาเดิม
ผู้คนสวมเสื้อผ้ากระสอบและโรยเถ้าเป็นสัญลักษณ์แห่งการกลับใจ
เถ้าไม่ได้รับประกันการเปลี่ยนแปลง แต่มันเป็น “จุดเริ่มต้น”
มหาพรตไม่ใช่การพิสูจน์ความเข้มแข็งของเราผ่านการเสียสละ
แต่คือการยอมรับความอ่อนแอ และเปิดพื้นที่ให้พระเจ้าทรงทำงานในความอ่อนแอนั้น
คำถามที่แท้จริงในวันนี้จึงไม่ใช่ว่า
“ฉันไปรับเถ้ามาหรือยัง?”
และไม่ใช่ว่า
“กางเขนบนหน้าผากฉันวาดสวยไหม?”
ไม่ว่ามันจะเป็นกางเขนหนา กางเขนบาง
รอยเปื้อนเล็ก ๆ หรือแทบจะเลือนหายไปแล้ว นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
คำถามที่สำคัญจริง ๆ คือ
ฉันยอมให้ความจริงที่เถ้าประกาศ —
ว่าฉันเป็นผงคลีดินที่ต้องการพระเมตตา — ซึมเข้าสู่หัวใจของฉันหรือไม่?
วันพุธรับเถ้าเชื้อเชิญเราให้ก้าวจาก
“เครื่องหมายที่มองเห็น” ไปสู่ “การยอมมอบที่มองไม่เห็น”
ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะการเดินทางของมหาพรตไม่ได้เริ่มที่หน้าผาก
แต่เริ่มที่หัวใจ
และถ้าเราเปิดโอกาสให้พระเจ้าทรงทำงานในหัวใจนั้น
— อย่างเงียบ ๆ ถ่อมตน และจริงใจ — เมื่อเถ้าจางหาย พระหรรษทานจะยังคงอยู่
และการเปลี่ยนแปลงจะเบ่งบาน.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น