สมโภชพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง (11 มกราคม 2025)
บทไตร่ตรองจากพระวรสาร: มัทธิว 3:13–17
บาทหลวง Clarence Devadass
หลายปีก่อน หลังช่วงคริสต์มาสไม่นาน
ผมไปเยี่ยมครอบครัวหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังเก็บของตกแต่งคริสต์มาส เด็ก ๆ ค่อย ๆ
เก็บลูกประดับและไฟทีละชิ้น แล้วเด็กคนหนึ่งก็ถอนหายใจพูดว่า
“รู้สึกเหมือนคริสต์มาสจบลงแล้ว” แม่ของเขายิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วตอบว่า “คริสต์มาสยังไม่จบนะ
มันเพิ่งจะเริ่มต่างหาก ตอนนี้เราต้องเริ่มใช้ชีวิตตามสิ่งที่เราได้เฉลิมฉลอง”
บทสนทนาสั้น ๆ นั้นติดอยู่ในใจผมเสมอ
เพราะมันเตือนผมว่า
ความชื่นชมยินดีของคริสต์มาสไม่ได้มีไว้ให้เก็บพร้อมของประดับแล้วรอหยิบออกมาใหม่ปีหน้า
แต่ถูกเรียกร้องให้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา
สมโภชพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างในวันนี้ก็สื่อความหมายเดียวกัน
ฤดูกาลคริสต์มาสอาจสิ้นสุดลง แต่พันธกิจของพระคริสตเจ้า
และพันธกิจของพวกเราคริสตชน เพิ่งจะเริ่มต้น
ในเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างในแม่น้ำจอร์แดน
พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่น่าประหลาดใจ แม้พระองค์จะปราศจากบาป
แต่พระองค์กลับก้าวลงไปในน้ำพร้อมกับคนบาป พระองค์ไม่จำเป็นต้องรับพิธีล้างเลย
แต่ทรงเลือกที่จะแบ่งปันสภาพความเป็นมนุษย์ของเราอย่างเต็มที่
เมื่อพระองค์เสด็จลงสู่สายน้ำ
พระองค์ทรงทำให้น้ำนั้นศักดิ์สิทธิ์ และเตรียมหนทางสำหรับศีลล้างบาปของเรา
ซึ่งทำให้เราเกิดใหม่เป็นบุตรของพระเจ้า ในขณะนั้น ฟ้าสวรรค์เปิดออก
พระจิตเจ้าทรงเสด็จลงมาเหนือพระองค์ดุจนกพิราบ
และมีพระสุรเสียงของพระบิดาดังขึ้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา
เราพอใจเขามาก”
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์เท่านั้น
แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเทศนาสั่งสอนของพระเยซูเจ้า
ชีวิตที่เงียบสงบและซ่อนเร้นที่นาซาเร็ธสิ้นสุดลง
และพระองค์เริ่มภารกิจที่พระบิดาทรงมอบหมายให้
จากนั้นเป็นต้นมา
พระเยซูเจ้าทรงประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า ทรงรักษาผู้เจ็บป่วย ทรงให้อภัยคนบาป
และในที่สุดทรงมอบชีวิตของพระองค์เพื่อความรอดของเรา ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ
ล้วนไหลออกมาจากช่วงเวลานี้—ช่วงเวลาที่พระองค์ทรงถูกส่งโดยพระบิดา
และได้รับพลังจากพระจิตเจ้า
เราเพิ่งเฉลิมฉลองธรรมล้ำลึกยิ่งใหญ่ของคริสต์มาส
นั่นคือ พระเจ้าทรงรับสภาพมนุษย์
เอ็มมานูเอล—พระเจ้าสถิตกับเรา—เสด็จเข้ามาในโลกของเรา
แต่ธรรมล้ำลึกนี้ไม่ได้มีไว้เพียงในรางหญ้า
หรือในความงดงามของพิธีกรรมคริสต์มาสเท่านั้น
ธรรมล้ำลึกนี้ถูกเรียกร้องให้ “มีชีวิต”
เมื่อเราเก็บของประดับคริสต์มาส เราก็ถูกท้าทายให้รักษาสิ่งที่เราเฉลิมฉลองไว้ในชีวิตจริง
การรับสภาพมนุษย์ของพระเจ้า หมายความว่าพระเจ้ายังคงสถิตอยู่กับเราในวันนี้—ในบ้าน
โรงเรียน ที่ทำงาน และในชุมชนของเรา
เช่นเดียวกับที่การรับพิธีล้างของพระเยซูเจ้าเป็นจุดเริ่มต้นของพันธกิจของพระองค์
การรับศีลล้างบาปของเราก็เป็นจุดเริ่มต้นของพันธกิจของเราเช่นกัน ผ่านศีลล้างบาป
เราได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า และถูกเรียกให้สานต่อพระราชกิจของพระองค์
เราถูกเรียกให้ทำให้พระคริสตเจ้าประจักษ์ผ่านคำพูด การกระทำ และการตัดสินใจของเรา
ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปทุกคนมีส่วนร่วมในพันธกิจนี้
เราไม่ได้เป็นเพียงผู้ยืนดูความเชื่อจากภายนอก
แต่เป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในแผนการไถ่กู้ของพระเจ้า
การดำเนินชีวิตตามความเชื่อ
หมายถึงการนำแสงสว่างไปสู่ที่ที่มืดมน การให้อภัยในที่ที่มีความเจ็บปวด
การกล่าวความจริงด้วยความรักท่ามกลางความสับสน และการเอาใจใส่ผู้ยากไร้
ผู้โดดเดี่ยว และผู้ถูกหลงลืม
ความเชื่อของเราต้องปรากฏให้เห็นผ่านการกระทำที่เป็นรูปธรรมของความรัก ความเมตตา
และความยุติธรรม
การได้รับศีลล้างบาปคือการถูกส่งออกไป
เพื่อทำให้พระคริสตเจ้ารู้จักและประจักษ์ในช่วงเวลาธรรมดาของชีวิตประจำวัน
สมโภชนี้ยังเตือนเราด้วยว่า
ศีลล้างบาปไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นความจริงที่มีชีวิต
ซึ่งหล่อหลอมตัวตนของเรา ในศีลล้างบาป เราถูกพระคริสตเจ้าครอบครอง
ได้รับพระจิตเจ้า และได้รับการเรียกขานว่าเป็นบุตรสุดที่รักของพระบิดา
ตัวตนนี้ควรเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต การปฏิบัติต่อผู้อื่น
และการเผชิญความท้าทายของโลก
เมื่อเราเฉลิมฉลองสมโภชพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง
ขอให้เรารับฟังพระสุรเสียงของพระบิดาอีกครั้งว่า “ท่านเป็นบุตรสุดที่รักของเรา”
ในศีลล้างบาป คำพูดเดียวกันนี้ก็ถูกกล่าวกับเราด้วยว่า “ท่านเป็นบุตรที่เรารัก”
พระจิตเจ้าพระองค์เดียวกับที่เสด็จลงมาเหนือพระเยซูเจ้า ก็สถิตอยู่ภายในเรา
เพื่อเสริมกำลังเราในการทำพันธกิจ
ฤดูกาลคริสต์มาสอาจสิ้นสุดลง
แต่พันธกิจยังคงดำเนินต่อไป
ขอให้เราพยายามใช้ชีวิตตามสิ่งที่เราได้เฉลิมฉลองอย่างตั้งใจยิ่งขึ้น
และทำให้เอ็มมานูเอล—พระเจ้าสถิตกับเรา—ปรากฏชัดในโลกของเราทุกวันนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น