วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569

สมโภชพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง (11 มกราคม 2025) บทไตร่ตรองจากพระวรสาร: มัทธิว 3:13–17

 

สมโภชพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง (11 มกราคม 2025)
บทไตร่ตรองจากพระวรสาร: มัทธิว 3:13–17
บาทหลวง Clarence Devadass

หลายปีก่อน หลังช่วงคริสต์มาสไม่นาน ผมไปเยี่ยมครอบครัวหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังเก็บของตกแต่งคริสต์มาส เด็ก ๆ ค่อย ๆ เก็บลูกประดับและไฟทีละชิ้น แล้วเด็กคนหนึ่งก็ถอนหายใจพูดว่า “รู้สึกเหมือนคริสต์มาสจบลงแล้ว” แม่ของเขายิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วตอบว่า “คริสต์มาสยังไม่จบนะ มันเพิ่งจะเริ่มต่างหาก ตอนนี้เราต้องเริ่มใช้ชีวิตตามสิ่งที่เราได้เฉลิมฉลอง”

บทสนทนาสั้น ๆ นั้นติดอยู่ในใจผมเสมอ เพราะมันเตือนผมว่า ความชื่นชมยินดีของคริสต์มาสไม่ได้มีไว้ให้เก็บพร้อมของประดับแล้วรอหยิบออกมาใหม่ปีหน้า แต่ถูกเรียกร้องให้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา

สมโภชพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างในวันนี้ก็สื่อความหมายเดียวกัน ฤดูกาลคริสต์มาสอาจสิ้นสุดลง แต่พันธกิจของพระคริสตเจ้า และพันธกิจของพวกเราคริสตชน เพิ่งจะเริ่มต้น

ในเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างในแม่น้ำจอร์แดน พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่น่าประหลาดใจ แม้พระองค์จะปราศจากบาป แต่พระองค์กลับก้าวลงไปในน้ำพร้อมกับคนบาป พระองค์ไม่จำเป็นต้องรับพิธีล้างเลย แต่ทรงเลือกที่จะแบ่งปันสภาพความเป็นมนุษย์ของเราอย่างเต็มที่

เมื่อพระองค์เสด็จลงสู่สายน้ำ พระองค์ทรงทำให้น้ำนั้นศักดิ์สิทธิ์ และเตรียมหนทางสำหรับศีลล้างบาปของเรา ซึ่งทำให้เราเกิดใหม่เป็นบุตรของพระเจ้า ในขณะนั้น ฟ้าสวรรค์เปิดออก พระจิตเจ้าทรงเสด็จลงมาเหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีพระสุรเสียงของพระบิดาดังขึ้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพอใจเขามาก”

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเทศนาสั่งสอนของพระเยซูเจ้า ชีวิตที่เงียบสงบและซ่อนเร้นที่นาซาเร็ธสิ้นสุดลง และพระองค์เริ่มภารกิจที่พระบิดาทรงมอบหมายให้

จากนั้นเป็นต้นมา พระเยซูเจ้าทรงประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า ทรงรักษาผู้เจ็บป่วย ทรงให้อภัยคนบาป และในที่สุดทรงมอบชีวิตของพระองค์เพื่อความรอดของเรา ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ ล้วนไหลออกมาจากช่วงเวลานี้—ช่วงเวลาที่พระองค์ทรงถูกส่งโดยพระบิดา และได้รับพลังจากพระจิตเจ้า

เราเพิ่งเฉลิมฉลองธรรมล้ำลึกยิ่งใหญ่ของคริสต์มาส นั่นคือ พระเจ้าทรงรับสภาพมนุษย์ เอ็มมานูเอล—พระเจ้าสถิตกับเรา—เสด็จเข้ามาในโลกของเรา แต่ธรรมล้ำลึกนี้ไม่ได้มีไว้เพียงในรางหญ้า หรือในความงดงามของพิธีกรรมคริสต์มาสเท่านั้น

ธรรมล้ำลึกนี้ถูกเรียกร้องให้ “มีชีวิต” เมื่อเราเก็บของประดับคริสต์มาส เราก็ถูกท้าทายให้รักษาสิ่งที่เราเฉลิมฉลองไว้ในชีวิตจริง การรับสภาพมนุษย์ของพระเจ้า หมายความว่าพระเจ้ายังคงสถิตอยู่กับเราในวันนี้—ในบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน และในชุมชนของเรา

เช่นเดียวกับที่การรับพิธีล้างของพระเยซูเจ้าเป็นจุดเริ่มต้นของพันธกิจของพระองค์ การรับศีลล้างบาปของเราก็เป็นจุดเริ่มต้นของพันธกิจของเราเช่นกัน ผ่านศีลล้างบาป เราได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า และถูกเรียกให้สานต่อพระราชกิจของพระองค์ เราถูกเรียกให้ทำให้พระคริสตเจ้าประจักษ์ผ่านคำพูด การกระทำ และการตัดสินใจของเรา

ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปทุกคนมีส่วนร่วมในพันธกิจนี้ เราไม่ได้เป็นเพียงผู้ยืนดูความเชื่อจากภายนอก แต่เป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในแผนการไถ่กู้ของพระเจ้า

การดำเนินชีวิตตามความเชื่อ หมายถึงการนำแสงสว่างไปสู่ที่ที่มืดมน การให้อภัยในที่ที่มีความเจ็บปวด การกล่าวความจริงด้วยความรักท่ามกลางความสับสน และการเอาใจใส่ผู้ยากไร้ ผู้โดดเดี่ยว และผู้ถูกหลงลืม ความเชื่อของเราต้องปรากฏให้เห็นผ่านการกระทำที่เป็นรูปธรรมของความรัก ความเมตตา และความยุติธรรม

การได้รับศีลล้างบาปคือการถูกส่งออกไป เพื่อทำให้พระคริสตเจ้ารู้จักและประจักษ์ในช่วงเวลาธรรมดาของชีวิตประจำวัน

สมโภชนี้ยังเตือนเราด้วยว่า ศีลล้างบาปไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นความจริงที่มีชีวิต ซึ่งหล่อหลอมตัวตนของเรา ในศีลล้างบาป เราถูกพระคริสตเจ้าครอบครอง ได้รับพระจิตเจ้า และได้รับการเรียกขานว่าเป็นบุตรสุดที่รักของพระบิดา ตัวตนนี้ควรเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต การปฏิบัติต่อผู้อื่น และการเผชิญความท้าทายของโลก

เมื่อเราเฉลิมฉลองสมโภชพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง ขอให้เรารับฟังพระสุรเสียงของพระบิดาอีกครั้งว่า “ท่านเป็นบุตรสุดที่รักของเรา” ในศีลล้างบาป คำพูดเดียวกันนี้ก็ถูกกล่าวกับเราด้วยว่า “ท่านเป็นบุตรที่เรารัก” พระจิตเจ้าพระองค์เดียวกับที่เสด็จลงมาเหนือพระเยซูเจ้า ก็สถิตอยู่ภายในเรา เพื่อเสริมกำลังเราในการทำพันธกิจ

ฤดูกาลคริสต์มาสอาจสิ้นสุดลง แต่พันธกิจยังคงดำเนินต่อไป ขอให้เราพยายามใช้ชีวิตตามสิ่งที่เราได้เฉลิมฉลองอย่างตั้งใจยิ่งขึ้น และทำให้เอ็มมานูเอล—พระเจ้าสถิตกับเรา—ปรากฏชัดในโลกของเราทุกวันนี้

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น