วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

สมโภชพระคริสตเจ้าทรงแสดงองค์ (4 มกราคม 2025) บทภาวนาจากพระวรสาร: มัทธิว 2:1–12

 

สมโภชพระคริสตเจ้าทรงแสดงองค์ (4 มกราคม 2025)
บทภาวนาจากพระวรสาร: มัทธิว 2:1–12
โดย Fr Clarence Devadass

ความงามของดวงดาวจะเห็นได้ชัดที่สุดในความมืดของยามค่ำคืน ไม่ใช่เพราะดาวสว่างขึ้น แต่เพราะในความมืด  เราเรียนรู้ที่จะมองเห็นมันในอดีต ดวงดาวไม่ใช่แค่ของสวยงามบนท้องฟ้า แต่เป็นสิ่งที่ช่วยนำทางผู้เดินทางในทะเลทรายและดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ดาวจึงไม่ใช่เครื่องประดับ แต่เป็นผู้นำทาง เช่นเดียวกับการสมโภชพระคริสตสมภพในวันนี้ เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปสู่ค่ำคืนอันเงียบสงบและมืดมิดที่เบธเลเฮม คืนที่พระเจ้าทรงเลือกเผยแสงสว่างของพระองค์ออกมา ไม่ใช่ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ การเฉลิมฉลอง หรือความเอิกเกริก แต่ในความเรียบง่าย ความถ่อมตน และความเงียบงัน และในความมืดนั้นเอง พระเจ้าทรงวางดาวดวงหนึ่งไว้ เป็นแสงเล็ก ๆ แต่มั่นคง ซื่อสัตย์ และนำทางผู้ที่ยอมออกเดินทางเพื่อตามหา

วันนี้พระศาสนจักรเชิญชวนเราให้มองดูดาวดวงนั้นอีกครั้ง ดาวที่ไม่ใช่เพื่อประดับฟ้า แต่เพื่อบอกเส้นทาง ดาวดวงนั้นคือพระคริสตเจ้า แต่โลกของเราวันนี้เต็มไปด้วยแสงสว่างมากมาย ทั้งแสงแห่งความสำเร็จ ชื่อเสียง อำนาจ ความมั่งคั่ง ความสุข และการยอมรับ แสงเหล่านี้ดูสว่างไสว ดึงดูดใจ และสัญญาว่าจะมอบความสุขและความมั่นคงให้เรา แต่บ่อยครั้งมันกลับเป็นแสงที่วูบวาบ ล่อลวง ทำให้เราหลงทาง และสุดท้ายก็ทิ้งเราไว้กับความว่างเปล่า

โซเชียลมีเดียกลายเป็นหนึ่งในแสงที่ทรงพลังที่สุดในชีวิตเรา มันวัดคุณค่าของเราด้วยยอดไลก์และการยอมรับ ค่อย ๆ หล่อหลอมวิธีคิด การใช้ชีวิต และแม้แต่การภาวนา โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว เราอาจเริ่มแสวงหาการยอมรับมากกว่าความจริง แสวงหาความโด่งดังมากกว่าความหมายของชีวิต และค่อย ๆ วางตนเองไว้เป็นศูนย์กลาง ราวกับอยากเป็นดาวเสียเอง แทนที่จะเดินตามพระคริสตเจ้า

คำถามสำคัญในวันนี้จึงคือ เรากำลังตามแสงไหนอยู่กันแน่ เป็นแสงที่สว่างจ้า เรียกร้องความสนใจ แต่ไม่บอกทิศทาง หรือเป็นแสงเงียบ ๆ ที่มั่นคงของพระเจ้า ซึ่งอาจไม่โดดเด่น แต่ซื่อสัตย์ นำเราไปสู่ความจริง ความถ่อมตน และชีวิตแท้ ดาวแห่งเบธเลเฮมสอนเราว่าการเป็นศิษย์ต้องอาศัยความอดทน ความสุภาพถ่อมตน และความเชื่อ บรรดานักปราชญ์ต้องเดินทางไกล เผชิญความไม่แน่นอน และแม้จะหลงทางบ้าง แต่พวกเขาไม่หยุด เพราะเชื่อว่าแสงนั้นมาจากพระเจ้า และเมื่อไปถึง ดาวก็ไม่ได้นำพวกเขาไปสู่บัลลังก์ หากแต่นำไปหาพระกุมารผู้เปราะบาง ยากจน และเปี่ยมด้วยความรัก

วันสมโภชพระคริสตเจ้าทรงแสดงองค์เตือนเราว่า พระคริสตเจ้ายังคงทรงเผยพระองค์ในวันนี้ ไม่เสมอไปในความยิ่งใหญ่หรือความตระการตา แต่บ่อยครั้งในความเรียบง่ายของชีวิตประจำวัน หากเราจะมองเห็นพระองค์ เราจำเป็นต้องมี “ค่ำคืนเบธเลเฮม” อยู่ในใจ คือพื้นที่แห่งความสงบ ความเงียบ และการใคร่ครวญ เมื่อเราถอยออกจากความวุ่นวาย ความเร่งรีบ และเสียงรบกวน เราจึงจะรับรู้การประทับอยู่ของพระองค์ได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการมองผ่านรูเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เห็นภาพคมชัดขึ้น ชีวิตฝ่ายจิตของเราก็ต้องการช่วงเวลาเช่นนั้นกับพระเจ้า ผ่านศีลศักดิ์สิทธิ์ การภาวนา และพระวาจา เพื่อช่วยให้เราเห็นอย่างชัดเจน ตัดผ่านสิ่งรบกวน และเดินตามพระองค์อย่างซื่อสัตย์

ในโลกที่แสงสว่างวูบวาบล้อมรอบเรา เราจำเป็นต้องมีแสงที่มั่นคง แสงที่ไม่เรียกร้องความสนใจ ไม่เลือนหาย และไม่ดับสูญ แสงนั้นคือพระคริสตเจ้า ดาวแห่งเบธเลเฮม แสงเดียวที่สามารถนำเราไปสู่ชีวิตแท้ได้จริง ๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น