วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

วันอาทิตย์ใบลาน (29 มีนาคม 2026) พระวรสาร: มัทธิว 21:1-11; มัทธิว 26:14–27:66

 


วันอาทิตย์ใบลาน (29 มีนาคม 2026)
พระวรสาร: มัทธิว 21:1-11; มัทธิว 26:14–27:66
โดย คุณพ่อ Clarence Devadass

เมื่อเกือบสี่สิบวันที่ผ่านมา เราได้เริ่มต้นการเดินทางร่วมกัน การเดินทางที่เริ่มจากการรับเถ้าที่หน้าผาก เครื่องหมายเล็ก ๆ ที่เรียบง่ายแต่มากด้วยความหมายนี้ เตือนเราว่า “จงกลับใจและหันกลับมาหาพระเจ้า” เป็นคำเชิญให้เราหยุดท่ามกลางชีวิตที่วุ่นวาย หันกลับมามองชีวิตของตนเอง และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพระเจ้าที่อาจค่อย ๆ เลือนหายไปโดยไม่รู้ตัว

และวันนี้ เรามาถึงวันอาทิตย์ใบลาน ประตูสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของความเชื่อของเรา เราระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูคริสต์เสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม ฝูงชนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขาโบกกิ่งปาล์ม เปล่งเสียงสรรเสริญ และต้อนรับพระองค์ดุจกษัตริย์ ในความคิดของพวกเขา นี่คือช่วงเวลาที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป การปลดปล่อยจากอำนาจของโรมันที่รอคอยมานานได้มาถึงแล้ว

แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวัง กับสิ่งที่พระเจ้าทรงเปิดเผย กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พระเยซูเจ้าไม่ได้เสด็จเข้ามาบนหลังม้าศึก แต่บนหลังลา ไม่ใช่สัญลักษณ์ของอำนาจ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความถ่อมตน ไม่ใช่การแสดงอำนาจเหนือใคร แต่เป็นสันติภาพ และสิ่งนี้เองได้กำหนดทิศทางของทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

เพราะบัลลังก์ของกษัตริย์พระองค์นี้ไม่เหมือนใคร มันไม่ได้ทำจากทองคำ หรือยกสูงในพระราชวัง แต่บัลลังก์ของพระองค์มีสองลักษณะ คือ ลาตัวหนึ่ง และในที่สุดคือไม้กางเขน ทั้งสองสิ่งนี้ชวนให้ประหลาดใจ และคาดไม่ถึง และทั้งสองเผยให้เห็นสิ่งสำคัญเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าว่า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่แสดงอำนาจผ่านการเสียสละ

เมื่อเราเดินเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ เราจะเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่เกิดขึ้นกับพระเยซูเจ้าเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นการทรยศ ความทุกข์ทรมาน หรือแม้แต่การถูกตัดสินต่อหน้าปอนทิอัส ปีลาต พระเยซูเจ้าไม่ใช่เหยื่อของสถานการณ์ พระองค์ไม่ได้พ่ายแพ้ต่ออำนาจทางการเมืองหรือผู้นำศาสนา พระองค์ทรงเลือกเส้นทางนี้ พระองค์ทรงควบคุมทุกสิ่ง พระองค์ทรงโอบรับไม้กางเขน และจากไม้กางเขนนั้น ซึ่งเป็นบัลลังก์สูงสุดของพระองค์ พระองค์ทรงเปิดเผยความรักอันลึกซึ้งของพระเจ้าที่มีต่อมนุษยชาติ

การติดตามพระเยซูเจ้า ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองพระองค์ในเวลาที่ทุกอย่างดีเหมือนฝูงชนในวันอาทิตย์ใบลาน ความจริงแล้ว ฝูงชนเดียวกันนั้นก็หันหลังให้พระองค์ เมื่อพบว่าพระองค์ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของพวกเขา

ความเป็นศิษย์แท้จริง คือการเดินไปกับพระเยซูเจ้า แม้เมื่อเส้นทางนั้นยากลำบาก หรือไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง การเป็นศิษย์เกี่ยวข้องกับการเสียสละ ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่หรือโดดเด่น แต่เป็นสิ่งที่แท้จริงและมีความหมาย

ดังนั้น คำถามที่เราถูกเชิญให้ไตร่ตรองในวันนี้คือ พระเจ้าทรงเรียกเราให้เสียสละอย่างไร สำหรับหลายคน การเสียสละไม่ได้หมายถึงการแบกไม้กางเขนจริง ๆ แต่ปรากฏอยู่ในช่วงเวลาธรรมดาของชีวิต เช่น การเลือกให้อภัยเมื่อการเก็บความโกรธไว้ดูง่ายกว่า การอดทนกับคนที่ทำให้เรารำคาญ การยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ต้องแลกด้วยความนิยม หรือความสบายของตนเอง การปฏิเสธความเท็จ และเลือกยืนอยู่ข้างความจริงและความซื่อสัตย์

บางครั้ง การเสียสละคือการปล่อยวางการควบคุม เชื่อมั่นว่าหนทางของพระเจ้าดีกว่าแผนของเรา บางครั้งคือการอยู่กับปัจจุบัน วางโทรศัพท์ลง ห่างจากสิ่งรบกวน และมองเห็นผู้คนที่พระเจ้าทรงมอบให้เราอย่างแท้จริง

ในโลกที่บอกให้เราแสวงหาความสะดวกสบาย ความสำเร็จ และการยกย่องตนเอง หนทางของพระเยซูเจ้าอาจดูสวนทาง กษัตริย์บนหลังลา บัลลังก์ที่เป็นไม้กางเขน ชัยชนะผ่านการยอมมอบตน และกระนั้นเอง นี่คือที่ที่ชีวิตแท้จริงถูกค้นพบ

เมื่อเราเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้ เราไม่ได้เพียงระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต แต่เราถูกเชิญให้เข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นั้น ให้เราใช้ชีวิตและคว้าโอกาสแห่งช่วงเวลานี้ เราถูกเชิญให้เดินไปกับพระเยซูเจ้า ให้ไว้วางใจพระองค์ และให้รักเหมือนที่พระองค์ทรงรัก

ดังนั้น วันนี้ ขณะที่เราโบกกิ่งปาล์มและขับร้องสรรเสริญ ขอให้เราเตรียมใจของเราไว้ด้วย เพราะพระเยซูเจ้าองค์เดียวกันที่เราต้อนรับเป็นกษัตริย์ คือพระองค์เดียวกันที่จะสอนเราว่าการให้ การรับใช้ และการเสียสละที่แท้จริงคืออะไรในวันต่อ ๆ ไป

และในสิ่งนั้นเอง เราอาจค้นพบว่า การเลือกที่จะเสียสละ ไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือสถานที่ที่ความรักของพระเจ้าปรากฏอย่างเป็นจริงที่สุดในชีวิตของเรา

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น