วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ (2 เมษายน 2026) พระวรสาร: ยอห์น 13:1-15

 

วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ (2 เมษายน 2026)
พระวรสาร: ยอห์น 13:1-15
Fr Clarence Devadass

ค่ำคืนนี้ เราก้าวเข้าสู่หัวใจของความเชื่อของเรา ในคืนก่อนพระมหาทรมาน พระเยซูเจ้าทรงมอบของประทานสองประการที่กำหนดความหมายของการเป็นศิษย์ของพระองค์ คือ ศีลมหาสนิท และการล้างเท้า

ทั้งสองสิ่งนี้ไม่ใช่การกระทำที่แยกจากกัน แต่เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน ทั้งสองตั้งอยู่บนความรักที่มอบตนเอง ทั้งสองเผยให้เห็นธรรมล้ำลึกของพระเจ้าผู้ทรงยอมสละพระองค์เพื่อเรา

ที่โต๊ะอาหารค่ำมื้อสุดท้าย พระเยซูเจ้าทรงหยิบขนมปังและเหล้าองุ่น และทรงประกาศว่านั่นคือพระกายและพระโลหิตของพระองค์ พระองค์ทรงมอบพระองค์เอง ไม่ใช่เพียงแก่ผู้ที่อยู่ในห้องนั้น แต่แก่ทุกยุคทุกสมัย

ในศีลมหาสนิท พระองค์ทรงเป็นอาหารของเรา เป็นพลังของเรา และเป็นเพื่อนร่วมทางนิรันดร์ของเรา นี่คือความรักที่ไม่หวงแหนตนเอง เป็นความรักที่เทออกมาทั้งหมด ทุกครั้งที่เราชุมนุมกันที่พระแท่น เราได้รับการเตือนว่า ความรักของพระคริสตเจ้าไม่ใช่เพียงความทรงจำ แต่เป็นความจริงที่มีชีวิต ที่ยังคงถูกมอบให้อยู่เสมอเพื่อชีวิตของโลก

แต่พระเยซูเจ้าไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น พระองค์ทรงลุกขึ้นจากโต๊ะ ถอดฉลองพระองค์ชั้นนอก และทรงคุกเข่าล้างเท้าให้บรรดาศิษย์ นี่เป็นงานของผู้รับใช้ หรือแม้แต่ทาส เปโตรถึงกับตกใจและกล่าวว่า “พระเจ้าข้า พระองค์จะทรงล้างเท้าให้ข้าพเจ้าไม่ได้!”

แต่พระเยซูเจ้าทรงยืนยัน เพราะการกระทำนี้ไม่ใช่สิ่งทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น ศีลมหาสนิทที่ไม่มีการรับใช้ย่อมไม่สมบูรณ์ การรับพระกายและพระโลหิตของพระองค์ คือการถูกดึงเข้าสู่วิถีแห่งความถ่อมตน และความรักที่ยอมสละตนเองของพระองค์

ลองคิดดูให้ดี ในศีลมหาสนิท พระเยซูเจ้าทรงมอบพระองค์เองเพื่อความนิรันดร์ ส่วนในการล้างเท้า พระองค์ทรงแสดงให้เราเห็นว่าจะดำเนินชีวิตตามของประทานนี้อย่างไรในชีวิตประจำวัน สิ่งหนึ่งคือศีลศักดิ์สิทธิ์ อีกสิ่งหนึ่งคือตัวอย่าง สิ่งหนึ่งคือการนมัสการ อีกสิ่งหนึ่งคือพันธกิจ และทั้งสองรวมกันเป็นแบบแผนของการเป็นศิษย์คริสตชน

เราอยู่ในโลกที่ “ตัวฉัน” กลายเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ความสัมพันธ์มักกลายเป็นเรื่องของผลประโยชน์ตอบแทน “ฉันจะได้อะไรจากสิ่งนี้?” “มันมีประโยชน์ต่อฉันอย่างไร?” แต่พระเยซูเจ้าทรงแสดงให้เราเห็นหนทางอีกแบบหนึ่ง พระองค์ทรงมอบพระองค์เองโดยไม่คิดหวังสิ่งตอบแทน

พระองค์ทรงคุกเข่าต่อหน้าศิษย์ แม้กระทั่งผู้ที่จะทรยศพระองค์ และทรงล้างเท้าให้เขา นี่คือความรักที่ยอมสละตนเอง เป็นความรักที่รับใช้แม้ในเวลาที่อีกฝ่ายไม่สมควรได้รับ

ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ แม่คนหนึ่งที่ตื่นกลางดึกเพื่อดูแลลูกที่ป่วย นั่นคือการล้างเท้า พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยด้วยความอดทนและเมตตา แม้จะเหนื่อยล้า นั่นคือการล้างเท้า

สัตบุรุษคนหนึ่งที่อาสามาทำความสะอาดวัดอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครเห็นหรือยกย่อง นั่นคือการล้างเท้า และเมื่อเรามาร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ เมื่อเรารับศีลมหาสนิทด้วยความเคารพ เราก็ได้รับพลังให้ออกไปดำเนินชีวิตด้วยความรักแบบเดียวกันนี้ในโลก

วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ใช่เพียงการระลึกถึงสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำในอดีต แต่เป็นการก้าวเข้าสู่วิถีชีวิตของพระองค์ในวันนี้ การรับศีลมหาสนิท คือการผูกมัดตนเองกับการรับใช้ การคุกเข่าที่พระแท่น คือการพร้อมจะคุกเข่าต่อหน้าพี่น้องของเราอย่างถ่อมตน

การได้รับการหล่อเลี้ยงจากพระคริสตเจ้า คือการกลายเป็นขนมปังที่ถูกบิออกเพื่อผู้อื่น

การกระทำทั้งสองที่เราระลึกในคืนนี้ คือการมอบพระกายและพระโลหิต และการล้างเท้า ต้องหล่อหลอมจิตใจของเรา เมื่อเราก้าวเข้าสวนเกทเสมนีพร้อมกับพระเยซูเจ้า ขอให้เราถามตนเองว่า พระคริสตเจ้ากำลังเรียกฉันให้รับใช้ที่ไหน? ฉันถูกเรียกให้ล้างเท้าให้ใคร? ฉันจะทำให้ชีวิตของฉันเป็นเสมือนศีลมหาสนิท เป็นของประทานที่เทออกด้วยความรักได้อย่างไร?

ไม่อาจแยกพระแท่น (โต๊ะอาหาร) ออกจากขันน้ำ ไม่อาจแยกศีลศักดิ์สิทธิ์ออกจากการรับใช้ เพราะในทั้งสองสิ่งนี้ พระคริสตเจ้าทรงแสดงความรักอย่างครบถ้วน และในทั้งสองสิ่งนี้ พระองค์ทรงเรียกเราให้ติดตามและรับใช้พระองค์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น