นักบุญลองจินุส (Saint Longinus) เป็นนายร้อยชาวโรมันผู้หนึ่ง ที่ใช้หอกแทงสีข้างของพระเยซูเจ้า
เพื่อยืนยันว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว
ตามธรรมประเพณีเล่าว่า เขามีปัญหาทางสายตา
มองเห็นไม่ชัด แต่เมื่อเลือดและน้ำไหลออกจากสีข้างของพระเยซูเจ้า
แล้วกระเด็นมาโดนใบหน้าของเขา สายตาของเขาก็กลับมามองเห็นได้อย่างอัศจรรย์
ในวินาทีนั้นเอง เขาทิ้งหอกลง และประกาศว่า
“แท้จริงแล้ว ชายผู้นี้คือพระบุตรของพระเจ้า!”
หอกที่ใช้แทงพระคริสต์ต่อมากลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์
(ที่เรียกว่า “หอกแห่งชะตากรรม”)
ส่วนนายทหารผู้ใช้หอกนั้น ก็กลับใจและกลายเป็นพยานแห่งความเชื่อ
ภายหลัง เขาถูกเบียดเบียนจากจักรวรรดิโรมัน
เพราะประกาศความเชื่อในแคว้นคัปปาโดเกีย
เขาเทศน์ถึงพระคริสต์ผู้ถูกตรึงกางเขนและทรงกลับคืนพระชนมชีพ
มีผู้คนจำนวนมากกลับใจและรับศีลล้างบาป
ผู้ว่าการสั่งให้เขากราบไหว้รูปเคารพ
แต่เขาปฏิเสธอย่างเด็ดขาด พร้อมกล่าวว่า
“สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พระเจ้า และไม่สามารถช่วยใครได้”
เขาจึงถูกจับ ทรมาน และถูกควักดวงตาออก
เหมือนเป็นการเยาะเย้ยต่อสายตาที่เขาเคยได้รับการรักษา
แต่แม้อยู่ในความมืด เขายังยืนหยัดมั่นคง และกล่าวว่า
“ข้าได้เห็นความจริงแล้ว ไม่มีใครทำให้ข้าตาบอดได้อีก”
ผู้ว่าการยังพยายามบังคับเขาอีกครั้ง
พาเขาไปยังวิหารของรูปเคารพ ให้เขากราบไหว้
แม้จะถูกตัดลิ้น เพื่อไม่ให้พูดได้
แต่เขายังคงประกาศความเชื่อได้อย่างอัศจรรย์
ราวกับพระเจ้าทรงช่วยให้เขาพูด
ในที่สุด เขาหยิบดาบขึ้นมา
และฟันทำลายรูปเคารพนั้น
พร้อมประกาศเสียงดังว่า
“บัดนี้เราจะได้รู้กันว่า สิ่งเหล่านี้เป็นพระเจ้าจริงหรือไม่!”
จักรพรรดิจึงสั่งประหารเขา
แต่วีรกรรมและความเชื่อของเขา ได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากกลับใจแล้ว
นักบุญลองจินุส เคยเป็นทหารของโรม
แต่เขาได้สิ้นชีวิตในฐานะ “นักรบของพระคริสต์”
และนั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด—ชัยชนะเหนือจิตวิญญาณของตนเอง
นักบุญลองจินุส
องค์อุปถัมภ์ของทหารและผู้กลับใจใหม่
โปรดภาวนาเพื่อเราด้วย ✝️
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น