วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สมโภชพระจิตเจ้าเสด็จลงมา (24 พฤษภาคม 2026)

 


สมโภชพระจิตเจ้าเสด็จลงมา (24 พฤษภาคม 2026)
พระวรสาร: ยอห์น 20:19-23
โดย คุณพ่อ Clarence Devadass

พวกเราทุกคนต่างรู้ดีถึงความสุขของการได้รับของขวัญ สิ่งที่ทำให้ของขวัญชิ้นหนึ่งมีคุณค่าจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่อยู่ที่ความรักและความตั้งใจของผู้ให้ ของขวัญเล็ก ๆ จากคนที่รักเรา อาจมีความหมายมากกว่าสิ่งของราคาแพงเสียอีก

วันนี้ ในวันสมโภชพระจิตเจ้าเสด็จลงมา พระศาสนจักรเฉลิมฉลอง “ของประทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ที่พระเยซูเจ้าทรงมอบให้แก่พระศาสนจักร นั่นคือ “พระจิตเจ้า” เมื่อพระเยซูเจ้าทรงปรากฏแก่บรรดาศิษย์ พระองค์ตรัสว่า
จงรับพระจิตเจ้าเถิด”

พระพรนี้ไม่ใช่ของขวัญที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในอดีต หรือเป็นสิ่งที่เก็บไว้เฉย ๆ แต่เป็นของประทานที่ยังมีชีวิต และมอบให้แก่พวกเราทุกคนในวันนี้ด้วย

แล้วพระพรนี้ทำอะไรกับเรา?
พระจิตเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงเราจากภายใน ทรงเปลี่ยนชีวิตของเรา

ในพระวรสารวันนี้ สิ่งแรก ๆ ที่พระเยซูเจ้าทรงเชื่อมโยงกับพระจิตเจ้า คือ “การอภัยบาป” ไม่ใช่เพียงอัศจรรย์ต่าง ๆ ที่เรามักนึกถึง เช่น การรักษาโรค การขับไล่ปีศาจ หรือการพูดภาษาต่าง ๆ

พระเยซูเจ้าประทานอำนาจแก่บรรดาศิษย์ในการอภัยบาป และในศีลอภัยบาปทุกวันนี้ เราก็ยังได้ยินถ้อยคำเดิมนั้นว่า
ข้าพเจ้าอภัยบาปของท่าน…”

คำพูดเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการตักเตือน แต่เป็นคำแห่งการเยียวยารักษา พระเจ้าไม่ได้เพียงยกโทษให้ความผิดของเรา แต่พระองค์ยังทรงฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระองค์ และช่วยให้เราเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

พระจิตเจ้ายังทรงนำความเป็นหนึ่งเดียวมาให้ด้วย ในพระวรสารช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ยินพระเยซูเจ้าทรงภาวนาให้ศิษย์ทุกคน “เป็นหนึ่งเดียวกัน” พระองค์ทรงต้องการให้พระศาสนจักรมีความสามัคคี ไม่แตกแยกด้วยความโกรธ ความหยิ่ง หรือความไม่เข้าใจกัน

พระจิตเจ้าทรงช่วยให้สิ่งนี้เกิดขึ้น พระองค์ทรงเยียวยาความสัมพันธ์ที่แตกสลาย และประทานกำลังให้เราดำเนินชีวิตอย่างสันติร่วมกัน

เราเห็นสิ่งนี้อย่างชัดเจนในบรรดาอัครสาวก ก่อนวันเปนเตกอสเต พวกเขาเต็มไปด้วยความกลัวและหลบซ่อนตัวอยู่ แต่หลังจากได้รับพระจิตเจ้า พวกเขากลับกล้าหาญและออกไปประกาศข่าวดีอย่างมั่นใจ

พระจิตองค์เดียวกันนี้ ก็ถูกประทานให้แก่เราด้วย พระองค์ทรงให้กำลังเมื่อเราอ่อนแอ ทรงประทานสันติเมื่อใจเราวุ่นวาย และประทานความกล้าเมื่อเราหวาดกลัว

แต่ของประทานนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสบายใจของเราเองเท่านั้น พระจิตเจ้าทรงส่งเราออกไป “ทำพันธกิจ” ด้วย เราถูกเรียกให้ดำเนินชีวิตแตกต่างจากเดิม คือให้อภัย คืนดี และสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในครอบครัว ในมิตรภาพ ในที่ทำงาน และในชุมชนของเรา

ดังนั้น เราจะดำเนินชีวิตตามสารแห่งวันเปนเตกอสเตได้อย่างไร?

เราเริ่มต้นด้วยการวอนขอให้พระจิตเจ้าทรงนำทางเราในแต่ละวัน เปิดใจรับพระเมตตาของพระเจ้า โดยเฉพาะผ่านทางศีลอภัยบาป และเลือกที่จะให้อภัย แม้ในเวลาที่ยากลำบาก

เราพยายามเป็นผู้สร้างสันติ มากกว่าจะเป็นคนที่เก็บความโกรธหรือความคับข้องใจไว้ในใจ

สมโภชพระจิตเจ้าเสด็จลงมาที่พระศาสนจักรทั่วโลกเฉลิมฉลองในวันนี้ เตือนใจเราว่า พระเจ้ายังคงทรงทำงานอยู่ในพระศาสนจักรของพระองค์ พระจิตเจ้ายังคงถูกหลั่งลงมาเหนือเราในวันนี้

นี่ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นนานมาแล้วที่กรุงเยรูซาเล็ม แต่เป็นความจริงที่ยังมีชีวิตอยู่ในทุกพิธีบูชาขอบพระคุณ ทุกศีลศักดิ์สิทธิ์ และทุกช่วงเวลาของการภาวนา

พระจิตองค์เดียวกันที่เสด็จลงมาเหนือบรรดาอัครสาวก ยังคงประทานพลัง นำทาง และฟื้นฟูเราอยู่เสมอ พระองค์ตรัสในหัวใจของเรา ประทานความกล้าในยามหวาดกลัว และเรียกเราให้ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ ความหวัง และความรัก

เมื่อเราเปิดใจรับพระองค์ พระจิตเจ้าจะยังคงสร้างพระศาสนจักรให้เข้มแข็งขึ้น และนำเราไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวและความศักดิ์สิทธิ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในทุกวัน

ข้าแต่พระจิตเจ้า โปรดเสด็จมาเติมเต็มดวงใจของผู้มีความเชื่อในพระองค์ และโปรดจุดไฟแห่งความรักของพระองค์ในใจของเรา อาแมน”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น