ในคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก มี “บาปผิดต่อพระจิตเจ้า” อยู่ 6 ประการ ซึ่งถือว่าเป็นบาปร้ายแรง เพราะเป็นการปฏิเสธพระจิตเจ้า ผู้ทรงเป็นแหล่งแห่งพระหรรษทานและพระเมตตาของพระเจ้า
บาปทั้ง 6 ประการ ได้แก่
1️⃣ ความสิ้นหวัง (Despair)
คือการคิดว่าบาปของตนใหญ่เกินกว่าที่พระเจ้าจะทรงอภัยได้ จนไม่กล้ากลับมาหาพระองค์
2️⃣ ความทะนงตนในพระเมตตา (Presumption)
คือการคิดว่าตนจะรอดได้โดยไม่ต้องกลับใจ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิต เพราะคิดว่าพระเจ้าต้องให้อภัยอยู่แล้ว
3️⃣ การต่อต้านความจริงที่ตนรู้ว่าเป็นจริง (Resisting the known truth)
คือการจงใจปฏิเสธความเชื่อคาทอลิก ทั้งที่ในใจรู้ว่าเป็นความจริง
4️⃣ ความอิจฉาริษยาในพระพรฝ่ายจิตของผู้อื่น (Envy of another’s spiritual good)
คือการอิจฉาพระพร ความศักดิ์สิทธิ์ หรือพระหรรษทานที่พระเจ้าประทานแก่ผู้อื่น
5️⃣ ใจแข็งกระด้าง ไม่ยอมกลับใจ (Hardness of heart / Obstinacy)
คือการดื้อดึง ไม่ยอมสำนึกผิด แม้พระเจ้าจะทรงเรียกให้กลับใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
6️⃣ การไม่ยอมกลับใจก่อนตาย (Final impenitence)
คือการตายในสภาพที่ไม่ยอมสำนึกผิด และปฏิเสธการอภัยของพระเจ้าจนวาระสุดท้ายของชีวิต
แล้วทำไมบาปเหล่านี้จึงถูกเรียกว่า “บาปที่ไม่ได้รับการอภัย”?
ไม่ใช่เพราะพระเมตตาของพระเจ้ามีน้อย หรือพระองค์ไม่อยากให้อภัย เพราะพระเมตตาของพระเจ้านั้นไม่มีที่สิ้นสุด
แต่เป็นเพราะบาปเหล่านี้ทำให้จิตใจของมนุษย์ปิดตนเอง ไม่ยอมรับการทำงานของพระจิตเจ้า จึงไม่เปิดรับการอภัยและพระหรรษทานของพระองค์
ตราบใดที่มนุษย์ยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีความหวังเสมอ แม้คนบาปหนักที่สุดก็ยังกลับใจได้
แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตโดยยังคงปฏิเสธพระหรรษทานของพระเจ้า โดยเฉพาะการไม่ยอมกลับใจจนถึงที่สุด เขาก็ได้เลือกแยกตนเองออกจากพระเจ้าอย่างเสรี
พระเยซูเจ้าตรัสเตือนไว้อย่างชัดเจนว่า
“ผู้ใดกล่าวหมิ่นพระจิตเจ้า จะไม่ได้รับการอภัยเลย เขามีความผิดบาปชั่วนิรันดร์”
(มาระโก 3:29)
ขอให้เราภาวนาทุกวัน เพื่อวอนขอพระพรแห่งความมั่นคงจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อเราจะไม่ทำใจแข็งกระด้าง แต่เปิดใจรับเสียงอ่อนโยนของพระจิตเจ้าอยู่เสมอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น