วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วันอาทิตย์ปัสกาที่ 6 (10 พฤษภาคม 2026)

 

วันอาทิตย์ปัสกาที่ 6 (10 พฤษภาคม 2026)
พระวรสาร: ยอห์น 14:15-21
Fr Clarence Devadass

เมื่อเรารักใครสักคนอย่างลึกซึ้ง เรามักจะทำสิ่งที่มากกว่าหน้าที่ธรรมดา ความรักผลักดันให้เรายอมเสียสละ ยอมให้ และยอมรับใช้ ลองนึกถึงพ่อแม่ที่ลุกขึ้นกลางดึกเพื่อดูแลลูกที่กำลังป่วย หรือเพื่อนคนหนึ่งที่ยอมเปลี่ยนตารางชีวิตของตนเองเพื่อมาอยู่เคียงข้างเราในเวลาที่เราต้องการ

ความรักไม่ได้วัดกันแค่คำพูด แต่ดูจากการกระทำที่เกิดขึ้นจากหัวใจ ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งพร้อมจะก้าวไปไกลกว่าเดิม

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงวางเงื่อนไขสำคัญไว้ว่า
ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา”

พระองค์ไม่ได้ตรัสว่า
ถ้าท่านกลัวเรา”
หรือ
ถ้าท่านชื่นชมเรา”
แต่ตรัสว่า
ถ้าท่านรักเรา”

เพราะความรักคือรากฐานของการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า

การรักพระคริสตเจ้าคือการดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระองค์ พระองค์ยังตรัสอีกว่า
ผู้ใดรับบทบัญญัติของเราและปฏิบัติตาม ผู้นั้นแหละรักเรา”

นั่นหมายความว่า ความรักต่อพระเจ้าไม่ใช่เรื่องนามธรรม ไม่ใช่เพียงความรู้สึกในใจ แต่ต้องแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมผ่านความซื่อสัตย์ต่อคำสอนของพระองค์

แต่บ่อยครั้ง เรากลับคิดตรงกันข้าม เวลาที่คำภาวนาดูเหมือนไม่ได้รับคำตอบ หรือเมื่อชีวิตเต็มไปด้วยความหนักหนา เราอาจแอบพูดในใจว่า
พระเจ้าไม่รักฉัน”

แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่ความรู้สึกเช่นนี้อาจค้างอยู่ในใจเรา เรามักวัดความรักของพระเจ้าจากความง่ายสบายของชีวิต จนลืมไปว่าความรักของพระองค์มั่นคงเสมอ แม้ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมาน

ไม้กางเขนเองก็เป็นหลักฐานว่า ความรักไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไปเสมอ แต่สามารถเปลี่ยนความเจ็บปวดนั้นให้กลายเป็นหนทางแห่งความรอดได้

ดังนั้น คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่
พระเจ้ารักฉันไหม?”

เพราะพระองค์ได้ทรงพิสูจน์ความรักอย่างไม่มีขอบเขตแล้ว

แต่คำถามคือ
ฉันรักพระเจ้าหรือไม่?”

และถ้าคำตอบคือ “รัก” พระเยซูเจ้าก็ตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า
จงปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา”

แล้วบทบัญญัติใดเล่า พระเจ้าข้า?

พระองค์ทรงชี้ไปยังบทบัญญัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ
จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดความคิด และสุดกำลังของท่าน และจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง”

ทั้งสองข้อนี้แยกออกจากกันไม่ได้ การรักพระเจ้าคือการรักเพื่อนมนุษย์ และการรักเพื่อนมนุษย์ก็คือการแสดงความรักต่อพระเจ้า

ในทางทฤษฎี ทุกอย่างฟังดูดีและยอมรับได้ แต่คำถามสำคัญคือ เราจะนำไปใช้จริงในชีวิตได้อย่างไร?

การรักพระเจ้าเริ่มต้นจากการภาวนา การนมัสการ และการวางใจในพระองค์ หมายถึงการให้พระองค์มาเป็นอันดับแรกในการตัดสินใจ ในลำดับความสำคัญ และในความปรารถนาของชีวิต

หมายถึงการต่อสู้กับสิ่งล่อลวงที่ทำให้เราเอาเงินทอง ความสำเร็จ หรือความสะดวกสบาย มาเป็นพระเจ้าของชีวิตแทนพระองค์

ส่วนการรักเพื่อนมนุษย์นั้น แสดงออกผ่านความอดทนต่อคนที่ทำให้เราหงุดหงิด การให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา การแบ่งปันแก่ผู้ที่ขัดสน และการมีน้ำใจแม้ในเวลาที่เราต้องเสียสละบางอย่าง

พระเยซูเจ้ายังทรงท้าทายเราในพระวรสารว่า
ถ้าท่านรักเฉพาะคนที่รักท่าน ท่านจะได้บำเหน็จอะไร? แม้คนเก็บภาษีก็ทำเช่นนั้นไม่ใช่หรือ?” (มัทธิว 5:46)

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความรักแบบคริสตชนต้องก้าวไปไกลกว่าสิ่งที่ง่ายหรือเป็นธรรมชาติ ไม่จำกัดอยู่เพียงคนที่ดีกับเรา หรือคนที่เราชอบอยู่แล้ว

ตรงนี้เองที่บทบัญญัติแห่งความรักกลายเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างแท้จริง

การรักพระเจ้าคือการวางใจในพระองค์ แม้คำภาวนาดูเหมือนไม่ได้รับคำตอบ

การรักเพื่อนมนุษย์คือการมอบพระเมตตา แม้รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่สมควรได้รับ

ความรักจึงไม่ใช่เพียงอารมณ์ความรู้สึก แต่คือการตัดสินใจที่จะกระทำในแบบที่สะท้อนพระทัยของพระคริสตเจ้า

เมื่อเราให้อภัย เมื่อเรารับใช้ เมื่อเราให้ผู้อื่นมาก่อนตัวเอง เรากำลังดำเนินชีวิตตามบทบัญญัติแห่งความรักที่พระเยซูเจ้าประทานแก่เรา

และเมื่อเราทำเช่นนั้น เราไม่ได้เพียงแค่แสดงความรักต่อเพื่อนมนุษย์เท่านั้น แต่เรากำลังแสดงความรักต่อพระเจ้าเองด้วย

สิ่งนี้ไม่ง่ายเลย

การรักแบบที่พระคริสตเจ้าทรงรัก ต้องการการเสียสละ และบ่อยครั้งก็ไม่สะดวกสบาย มันมีราคาที่ต้องจ่าย

แต่ในขณะเดียวกัน นี่เองคือหนทางแห่งความยินดีแท้จริง

พระเจ้าไม่ได้วัดความรักของเราจากความรู้สึก แต่ทรงวัดจากความซื่อสัตย์

การปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ คือการแสดงให้พระองค์เห็นว่าเรารักพระองค์จริง

และเมื่อเราล้มลง พระเมตตาของพระองค์ก็ยิ่งใหญ่กว่าความอ่อนแอของเราเสมอ พระองค์ทรงเรียกเราให้กลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า สู่หนทางแห่งความรัก

วันนี้พระเยซูเจ้าทรงถามเราว่า
ท่านรักเราหรือ?”

พระองค์ไม่ได้ต้องการคำตอบเพียงจากริมฝีปาก แต่ต้องการคำตอบจากชีวิตของเรา

เมื่อเราพยายามรักพระองค์และรักกันและกันอย่างจริงใจ เราจะค้นพบว่า บทบัญญัติของพระองค์ไม่ใช่ภาระหนัก แต่เป็นหนทางสู่เสรีภาพ สันติสุข และชีวิตนิรันดร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น