อาทิตย์ที่5 ในเทศกาลปัสกา (3 พฤษภาคม 2569)
บทอ่านพระวรสาร น.ยอห์น 14:1–12
มีบางอย่างที่ชวนให้นึกถึงอดีต เมื่อก่อนเวลาจะไปที่ไหน เราต้องลดกระจกแล้วถามทางคนแปลกหน้า
“ขอโทษครับ ไปทางนี้ต้องไปยังไง?”
แต่ทุกวันนี้เราแทบไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว เพราะเรามี GPS
มันบอกเส้นทางที่สั้นที่สุด เร็วที่สุด และถ้าเราหลงทาง มันก็จะบอกว่า “กำลังคำนวณเส้นทางใหม่”
ความจริงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ เราทุกคนอยากไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “ความอดทน”
เราไม่อยากเดินทางไกล ไม่อยากเสียเวลา และไม่อยากเหนื่อย ถ้าเลี่ยงได้
ในพระวรสารวันนี้ โธมัสถามคำถามที่เป็นธรรมดามากของมนุษย์ว่า “พระเจ้าข้า พวกเราไม่รู้ว่าพระองค์จะไปไหน แล้วเราจะรู้ทางได้อย่างไร?” คุณแทบจะได้ยินว่าเขากำลังถามจริง ๆ ว่า “ช่วยบอกทางให้ชัด ๆ หน่อยได้ไหม แบบง่าย ๆ ตรง ๆ ไปเลย”
แต่พระเยซูเจ้ากลับตอบในแบบที่ไม่เหมือนที่เขาคาดหวังเลยว่า “เราเป็นหนทาง เป็นความจริง และเป็นชีวิต”
สังเกตให้ดี พระองค์ไม่ได้ให้แผนที่ ไม่ได้บอกขั้นตอนทีละข้อ ไม่ได้ให้สูตรสำเร็จแบบ GPS แต่พระองค์ให้ “ตัวพระองค์เอง”
เพราะชีวิตคริสตชนไม่ใช่การหาทางลัดไปสวรรค์ แต่เป็นการ “เดินไปพร้อมกับพระคริสต์”
โลกทุกวันนี้ชอบทางลัด อยากสำเร็จเร็ว อยากได้ผลเร็ว ในการทำงานเรามองหาวิธีขึ้นให้ไว ในการเรียนเราอยากได้คำตอบโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ แม้แต่ในชีวิตความเชื่อ เราก็อาจถามว่า “ต้องทำแค่ไหนถึงจะพอ?”
แต่พระเยซูเจ้าทรงทำให้ชัดเจนว่า “ไม่มีทางลัดสู่ชีวิตแท้จริง”
ถ้าพระองค์เป็น “หนทาง” หนทางนั้นก็รวมทุกอย่างที่พระองค์ทรงดำเนินชีวิต ทั้งความอดทน การเชื่อฟัง การเสียสละ ความถ่อมตน การรักแม้กระทั่งศัตรู และความซื่อสัตย์ต่อพระบิดา สิ่งเหล่านี้ไม่ง่าย และไม่เร็ว แต่เป็นหนทางที่แท้จริง
ถ้าพระองค์เป็น “ความจริง” ความจริงนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราสะดวกเลือกเอง แต่เป็นสิ่งที่เรียกร้องให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้กล้าเผชิญความจริงภายในใจ และเติบโต
ถ้าพระองค์เป็น “ชีวิต” ชีวิตนั้นไม่ใช่ความสำเร็จแบบโลก แต่คือความสมบูรณ์ในพระเจ้า ซึ่งลึกซึ้งกว่าความสบาย ชื่อเสียง หรือความสำเร็จใด ๆ
ดังนั้น เมื่อเราถามเหมือนโธมัสว่า “มีทางที่เร็วที่สุดไหม?” พระเยซูเจ้าทรงตอบเราอย่างอ่อนโยนว่า “จงเดินไปกับเรา”
การเดินกับพระองค์อาจไม่ง่าย อาจยาวนาน อาจต้องผ่านความยากลำบาก และอาจต้องปล่อยวางทางลัดที่ทำให้เราสูญเสียความซื่อสัตย์ ความจริง หรือความรัก
แต่ข่าวดีคือ แม้หนทางนี้จะไม่ง่าย แต่มัน “มั่นคงแน่นอน”
GPS อาจพังได้ ทางลัดอาจพาเราหลง แต่พระคริสต์ไม่เคยทำให้เราหลงทาง ถ้าเราอยู่กับพระองค์ เราจะไปถึงอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว คำเชิญของพระเยซูเจ้าไม่ใช่ให้เรารีบไปให้ถึง แต่ให้เรา “อยู่กับพระองค์” ไม่ใช่ให้เราเรียกร้องทางลัด แต่ให้เราโอบรับการเดินทาง
และเมื่อเราเดินไปกับพระองค์ แม้ทางอ้อม ความล่าช้า หรือความยากลำบาก ก็ไม่สูญเปล่า เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงเรา
ดังนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “จะไปให้เร็วได้อย่างไร?” แต่คือ “ฉันพร้อมจะเดินอย่างซื่อสัตย์หรือไม่?”
เพราะเมื่อพระคริสต์ทรงเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต ทุกก้าวที่เราเดินกับพระองค์ ก็คือการก้าวเข้าสู่นิรันดรแล้ว และนี่คือพระสัญญา หากเราเดินกับพระองค์ เราจะไม่มีวันหลงทาง ✨
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น