วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เสื้อคลุมนักบุญโยเซฟ

 

นานมาแล้ว ในช่วงชีวิตอันเงียบสงบที่เมืองนาซาเร็ธ นักบุญโยเซฟดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ในฐานะช่างไม้ผู้ต่ำต้อย ท่านใช้แรงงานจากมือของตนเลี้ยงดูครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ด้วยความรักและความรับผิดชอบ ไม้ทุกชิ้นที่ท่านไส กบ ตัดแต่ง และโต๊ะทุกตัวที่ท่านสร้าง ล้วนเป็นงานที่ถวายแด่พระเจ้าด้วยหัวใจเปี่ยมด้วยความรัก

วันหนึ่ง นักบุญโยเซฟจำเป็นต้องหาไม้สำหรับงานชิ้นสำคัญ จึงเดินทางไปยังเมืองใกล้เคียงเพื่อซื้อไม้ แต่เมื่อไปถึง ท่านกลับพบว่าเงินที่มีติดตัวนั้นไม่เพียงพอสำหรับชำระค่าไม้

เมื่อพระนางพรหมจารีมารีย์ทอดพระเนตรเห็นความกังวลของท่าน จึงตรัสกับนักบุญโยเซฟด้วยความอ่อนโยนว่า

"โยเซฟ จงนำเสื้อคลุมของท่านไปวางไว้เป็นหลักประกันเถิด แล้วพระเจ้าจะทรงจัดเตรียมสิ่งที่เหลือให้เอง"

เสื้อคลุมผืนนั้นมิใช่ผ้าธรรมดา หากแต่ตามธรรมประเพณีคาทอลิกโบราณ เล่าว่าเป็นของขวัญล้ำค่าที่พระนางมารีย์ประทานแก่นักบุญโยเซฟในวันสมรสของทั้งสอง

นักบุญโยเซฟไว้วางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม ท่านจึงนำเสื้อคลุมผืนนั้นมอบให้แก่พ่อค้าเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับหนี้สิน

พ่อค้าผู้นั้นมีชื่อว่า "อิชมาเอล" ในตอนแรกเขาปฏิเสธที่จะรับเสื้อคลุมไว้ พร้อมกล่าวว่า

"เสื้อคลุมธรรมดาผืนนี้จะมีค่าอะไรได้?"

แต่ในที่สุด เขาก็ยอมรับไว้

คืนนั้นเอง เหตุการณ์อัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น

อิชมาเอลต้องทนทุกข์จากโรคทางดวงตามาเป็นเวลาหลายปี แม้จะรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพียงใด หรือใช้ยานานาชนิด ก็ไม่อาจหายได้

รุ่งเช้าวันต่อมา...

🌹 ดวงตาของเขากลับมาสดใสเป็นปกติ

🌹 ความเจ็บปวดหายไปโดยสิ้นเชิง

🌹 สายตาที่เคยพร่ามัวก็กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง

ไม่นานหลังจากนั้น พระพรอื่น ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในครอบครัวของเขา ภรรยาที่เคยมีอุปนิสัยแข็งกระด้างและอารมณ์รุนแรง กลับกลายเป็นคนอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยเมตตา แม้แต่โรคระบาดที่เคยคร่าชีวิตสัตว์เลี้ยงของเขาก็หมดสิ้นไป

อิชมาเอลประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาตระหนักว่าพระเจ้าทรงประทานพระหรรษทานมายังบ้านของเขาผ่านทางช่างไม้ผู้ถ่อมตนจากเมืองนาซาเร็ธ

ด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง เขารีบไปพบนักบุญโยเซฟและกล่าวว่า

"สหายเอ๋ย ท่านไม่จำเป็นต้องชำระหนี้อีกต่อไป ข้าพเจ้าขอยกหนี้ทั้งหมดให้ และขอให้ท่านนำไม้ไปได้เท่าที่ต้องการ ถือเป็นของขวัญจากข้าพเจ้า"

นักบุญโยเซฟกล่าวขอบคุณเขาด้วยใจเปี่ยมด้วยความกตัญญู แล้วกลับบ้าน พร้อมสรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงจัดเตรียมทุกสิ่งด้วยพระญาณเอื้ออาทร

ธรรมประเพณีคาทอลิกโบราณยังเล่าต่อไปว่า อิชมาเอลได้เก็บรักษาเสื้อคลุมของนักบุญโยเซฟไว้ด้วยความเคารพตลอดชีวิต นอกจากนี้ ยังมีผ้าคลุมศีรษะที่เชื่อกันว่าเป็นของพระนางพรหมจารีมารีย์ได้รับการเก็บรักษาไว้เคียงกันด้วย

หลายศตวรรษต่อมา พระธาตุอันทรงคุณค่าเหล่านี้ถูกอัญเชิญมายังกรุงโรม และประดิษฐานไว้ในมหาวิหารนักบุญอนาสตาเซีย ซึ่งได้รับการถวายความเคารพและดูแลรักษาสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

ในทุก ๆ ปี เมื่อถึงวันฉลองนักบุญโยเซฟทั้งสองวัน คือ วันที่ 19 มีนาคม สมโภชนักบุญโยเซฟ ภัสดาของพระนางพรหมจารีมารีย์ และวันที่ 1 พฤษภาคม ฉลองนักบุญโยเซฟกรรมกร สัตบุรุษจำนวนมากต่างเดินทางมาสักการะพระธาตุอันทรงคุณค่าเหล่านี้ เพื่อระลึกถึงชีวิตอันเรียบง่ายและศักดิ์สิทธิ์ของพระครอบครัวแห่งนาซาเร็ธ

เรื่องราวนี้มอบบทเรียนแห่งความเชื่อที่งดงามแก่เรา

พระเจ้ามักทรงกระทำกิจการอันยิ่งใหญ่ผ่านสิ่งเล็กน้อยที่ดูธรรมดาในสายตามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุมของช่างไม้ ของขวัญจากแม่พระ การวางใจในพระองค์ หรือหัวใจที่ถ่อมตนและพร้อมเชื่อฟังพระประสงค์ของพระเจ้า

นักบุญโยเซฟไม่เคยเทศน์สักบทหนึ่ง

ท่านไม่เคยเขียนหนังสือแม้แต่เล่มเดียว

และพระคัมภีร์ก็ไม่ได้บันทึกพระวาจาของท่านไว้แม้แต่คำเดียว

แต่ด้วยชีวิตแห่งความสงบ ความซื่อสัตย์ ความอ่อนน้อม และความไว้วางใจในพระเจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไข ท่านได้รับเลือกให้เป็นผู้พิทักษ์พระเยซูเจ้า เป็นผู้อารักขาพระครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ และเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากล

ข้าแต่นักบุญโยเซฟ ผู้พิทักษ์ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ โปรดภาวนาเพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายเทอญ

ข้าแต่พระนางพรหมจารีมารีย์ พระชนนีของพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายเทอญ

อาแมน

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น