นานมาแล้ว
ในช่วงชีวิตอันเงียบสงบที่เมืองนาซาเร็ธ นักบุญโยเซฟดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ในฐานะช่างไม้ผู้ต่ำต้อย
ท่านใช้แรงงานจากมือของตนเลี้ยงดูครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ด้วยความรักและความรับผิดชอบ
ไม้ทุกชิ้นที่ท่านไส กบ ตัดแต่ง และโต๊ะทุกตัวที่ท่านสร้าง
ล้วนเป็นงานที่ถวายแด่พระเจ้าด้วยหัวใจเปี่ยมด้วยความรัก
วันหนึ่ง นักบุญโยเซฟจำเป็นต้องหาไม้สำหรับงานชิ้นสำคัญ
จึงเดินทางไปยังเมืองใกล้เคียงเพื่อซื้อไม้ แต่เมื่อไปถึง
ท่านกลับพบว่าเงินที่มีติดตัวนั้นไม่เพียงพอสำหรับชำระค่าไม้
เมื่อพระนางพรหมจารีมารีย์ทอดพระเนตรเห็นความกังวลของท่าน
จึงตรัสกับนักบุญโยเซฟด้วยความอ่อนโยนว่า
"โยเซฟ จงนำเสื้อคลุมของท่านไปวางไว้เป็นหลักประกันเถิด
แล้วพระเจ้าจะทรงจัดเตรียมสิ่งที่เหลือให้เอง"
เสื้อคลุมผืนนั้นมิใช่ผ้าธรรมดา
หากแต่ตามธรรมประเพณีคาทอลิกโบราณ
เล่าว่าเป็นของขวัญล้ำค่าที่พระนางมารีย์ประทานแก่นักบุญโยเซฟในวันสมรสของทั้งสอง
นักบุญโยเซฟไว้วางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม
ท่านจึงนำเสื้อคลุมผืนนั้นมอบให้แก่พ่อค้าเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับหนี้สิน
พ่อค้าผู้นั้นมีชื่อว่า "อิชมาเอล"
ในตอนแรกเขาปฏิเสธที่จะรับเสื้อคลุมไว้ พร้อมกล่าวว่า
"เสื้อคลุมธรรมดาผืนนี้จะมีค่าอะไรได้?"
แต่ในที่สุด เขาก็ยอมรับไว้
คืนนั้นเอง เหตุการณ์อัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น
อิชมาเอลต้องทนทุกข์จากโรคทางดวงตามาเป็นเวลาหลายปี
แม้จะรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพียงใด หรือใช้ยานานาชนิด ก็ไม่อาจหายได้
รุ่งเช้าวันต่อมา...
🌹 ดวงตาของเขากลับมาสดใสเป็นปกติ
🌹 ความเจ็บปวดหายไปโดยสิ้นเชิง
🌹 สายตาที่เคยพร่ามัวก็กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง
ไม่นานหลังจากนั้น พระพรอื่น ๆ
ก็หลั่งไหลเข้ามาในครอบครัวของเขา
ภรรยาที่เคยมีอุปนิสัยแข็งกระด้างและอารมณ์รุนแรง
กลับกลายเป็นคนอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยเมตตา
แม้แต่โรคระบาดที่เคยคร่าชีวิตสัตว์เลี้ยงของเขาก็หมดสิ้นไป
อิชมาเอลประหลาดใจอย่างยิ่ง
เขาตระหนักว่าพระเจ้าทรงประทานพระหรรษทานมายังบ้านของเขาผ่านทางช่างไม้ผู้ถ่อมตนจากเมืองนาซาเร็ธ
ด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง
เขารีบไปพบนักบุญโยเซฟและกล่าวว่า
"สหายเอ๋ย
ท่านไม่จำเป็นต้องชำระหนี้อีกต่อไป ข้าพเจ้าขอยกหนี้ทั้งหมดให้
และขอให้ท่านนำไม้ไปได้เท่าที่ต้องการ ถือเป็นของขวัญจากข้าพเจ้า"
นักบุญโยเซฟกล่าวขอบคุณเขาด้วยใจเปี่ยมด้วยความกตัญญู
แล้วกลับบ้าน พร้อมสรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงจัดเตรียมทุกสิ่งด้วยพระญาณเอื้ออาทร
ธรรมประเพณีคาทอลิกโบราณยังเล่าต่อไปว่า
อิชมาเอลได้เก็บรักษาเสื้อคลุมของนักบุญโยเซฟไว้ด้วยความเคารพตลอดชีวิต นอกจากนี้
ยังมีผ้าคลุมศีรษะที่เชื่อกันว่าเป็นของพระนางพรหมจารีมารีย์ได้รับการเก็บรักษาไว้เคียงกันด้วย
หลายศตวรรษต่อมา
พระธาตุอันทรงคุณค่าเหล่านี้ถูกอัญเชิญมายังกรุงโรม
และประดิษฐานไว้ในมหาวิหารนักบุญอนาสตาเซีย ซึ่งได้รับการถวายความเคารพและดูแลรักษาสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
ในทุก ๆ ปี
เมื่อถึงวันฉลองนักบุญโยเซฟทั้งสองวัน คือ วันที่ 19 มีนาคม
สมโภชนักบุญโยเซฟ ภัสดาของพระนางพรหมจารีมารีย์ และวันที่ 1 พฤษภาคม
ฉลองนักบุญโยเซฟกรรมกร
สัตบุรุษจำนวนมากต่างเดินทางมาสักการะพระธาตุอันทรงคุณค่าเหล่านี้
เพื่อระลึกถึงชีวิตอันเรียบง่ายและศักดิ์สิทธิ์ของพระครอบครัวแห่งนาซาเร็ธ
เรื่องราวนี้มอบบทเรียนแห่งความเชื่อที่งดงามแก่เรา
พระเจ้ามักทรงกระทำกิจการอันยิ่งใหญ่ผ่านสิ่งเล็กน้อยที่ดูธรรมดาในสายตามนุษย์
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุมของช่างไม้ ของขวัญจากแม่พระ การวางใจในพระองค์
หรือหัวใจที่ถ่อมตนและพร้อมเชื่อฟังพระประสงค์ของพระเจ้า
นักบุญโยเซฟไม่เคยเทศน์สักบทหนึ่ง
ท่านไม่เคยเขียนหนังสือแม้แต่เล่มเดียว
และพระคัมภีร์ก็ไม่ได้บันทึกพระวาจาของท่านไว้แม้แต่คำเดียว
แต่ด้วยชีวิตแห่งความสงบ ความซื่อสัตย์
ความอ่อนน้อม และความไว้วางใจในพระเจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไข
ท่านได้รับเลือกให้เป็นผู้พิทักษ์พระเยซูเจ้า
เป็นผู้อารักขาพระครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ และเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากล
ข้าแต่นักบุญโยเซฟ ผู้พิทักษ์ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์
โปรดภาวนาเพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายเทอญ
ข้าแต่พระนางพรหมจารีมารีย์
พระชนนีของพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายเทอญ
อาแมน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น