นักบุญคริสโตเฟอร์ (ค.ศ. 220–251) เป็นชายร่างใหญ่กำยำผู้หนึ่ง
ซึ่งอุทิศชีวิตของตนเพื่อช่วยผู้คนข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกรากและอันตรายในแผ่นดินคานาอันโบราณอย่างปลอดภัย
คืนหนึ่งที่พายุโหมกระหน่ำ
เด็กเล็กคนหนึ่งเดินมาหาเขาและขอให้ช่วยอุ้มข้ามไปอีกฝั่ง คริสโตเฟอร์จึงแบกเด็กคนนั้นไว้บนบ่าและค่อย
ๆ เดินฝ่ากระแสน้ำที่รุนแรง แต่ยิ่งเดิน เด็กคนนั้นกลับยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ
หนักเสียจนเขารู้สึกราวกับกำลังแบกน้ำหนักของทั้งโลกไว้บนบ่าของตน
แม้จะเหนื่อยแทบหมดแรง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
จนในที่สุดสามารถพาเด็กคนนั้นไปถึงฝั่งได้สำเร็จ แล้วเด็กคนนั้นก็เผยตัวตนที่แท้จริงว่า
“ท่านได้แบกพระองค์ผู้ทรงสร้างโลกและไถ่กู้โลกไว้บนบ่าของท่าน”
เด็กคนนั้นคือพระเยซูคริสต์นั่นเอง
เหตุการณ์ครั้งนี้เปลี่ยนชีวิตของคริสโตเฟอร์ไปตลอดกาล
ชื่อ “Christopher” มีความหมายว่า “ผู้แบกพระคริสต์”
ตามธรรมประเพณีคริสตชนโบราณ โดยเฉพาะในหนังสือ Golden Legend เล่าว่า เดิมทีเขาเป็นนักรบผู้แข็งแกร่งชื่อ “เรโปรบัส”
ผู้แสวงหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพื่อรับใช้
หลังจากได้พบพระคริสต์ผ่านเหตุการณ์อัศจรรย์ครั้งนั้น
เขาจึงอุทิศชีวิตรับใช้พระเจ้า ประกาศความเชื่อ และในที่สุดก็พลีชีพเป็นมรณสักขีที่แคว้นไลเซีย
ซึ่งอยู่ในประเทศ Turkey ปัจจุบัน
นักบุญคริสโตเฟอร์ได้รับการยกย่องให้เป็นองค์อุปถัมภ์ของผู้เดินทาง
คนขับรถ ชาวเรือ นักบิน และทุกคนที่ต้องเผชิญอันตรายระหว่างการเดินทาง
หลายศตวรรษที่ผ่านมา คริสตชนทั่วโลกนิยมพกเหรียญหรือรูปของท่านเพื่อขอการคุ้มครองระหว่างการเดินทาง
เรื่องราวของท่านสอนเราอย่างงดงามว่า
การรับใช้ผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือ
ก็คือการรับใช้พระคริสต์เอง ดังที่พระเยซูตรัสไว้ในพระวรสารว่า
“สิ่งที่ท่านทำต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุด ท่านก็ทำต่อเรา”
นักบุญคริสโตเฟอร์เตือนใจเราว่า
เมื่อเราแบกพระคริสต์ไว้ในหัวใจ ผ่านการภาวนา ศีลศักดิ์สิทธิ์
และความรักเมตตาต่อผู้อื่น แม้ภาระชีวิตจะหนักเพียงใด
พระหรรษทานของพระองค์ก็จะช่วยให้เราก้าวต่อไปได้เสมอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น